คุณคิดว่าเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จคืออะไร? คือคนที่ทำกำไรได้มากกว่าขาดทุนใช่หรือไม่? ผู้คนส่วนใหญ่เชื่อว่าการที่จะถูกมองว่าเป็น “เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ” คุณจะต้องได้กำไรเจ็ด, แปด หรือแม้กระทั่งเก้าครั้งจากการเทรดสิบครั้ง มันเป็นแบบนี้จริง ๆ หรือ? แล้วถ้าหากสิ่งตรงข้ามคือความจริงล่ะ? ลองมาดูสิ่งที่รู้จักกันในชื่ออัตตราผลตอบแทนความเสี่ยง ซึ่งจะบอกเราถึงสัดส่วนของผลกำไรและขาดทุน

อัตราผลตอบแทนความเสี่ยงคืออะไร?

ถ้าคุณเปิดการเทรดด้วย Stop Loss ที่ 20 pips และตั้งค่า Take Profit ไว้ที่ 20 pips อัตราผลตอบแทนความเสี่ยงของคุณจะอยู่ที่ 1 ต่อ 1 อนึ่ง เราได้พูดคุยเกี่ยวกับ RRR ในบทความของเราเรื่อง วิธีการตั้งค่า RRR, SL และ TP ไปแล้ว ถ้าคุณได้อ่านบทความนี้หรือรู้เกี่ยวกับ RRR จากแหล่งความรู้อื่น ๆ เราขอให้คุณยึดอัตราส่วน 1 ต่อ 1 เอาไว้ อย่างไรก็ตามเราไม่ควรใช้อัตราส่วนที่เกินกว่า 1 ต่อ 1 จริงหรือ?

RRR ที่แนะนำ

John Murphy และ Michael R. Rosenberg ได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับการวิเคราะห์ทางเทคนิคไว้จำนวนหนึ่ง และได้ตีพิมพ์ผลลัพธ์ของกลยุทธ์การเทรดดิ้งที่เป็นที่รู้จักกันดีโดยใช้ค่าเฉลี่ยการเคลื่อนที่, RSI, MACD และอื่น ๆ ข้อสรุปของพวกเขาคืออะไร? กลยุทธ์ส่วนใหญ่ที่ตั้งค่าได้ถูกต้อง (ตั้งค่าบนพื้นฐานของความผันผวนของเครื่องมือ) ใช้อัตราส่วน 1 ต่อ 1 จะนำการเทรดไปสู่ความสำเร็จอย่างน้อย 50% จากการเทรดทั้งหมด 

หากเราเปลี่ยน RRR ตามที่เราต้องการใน Take Profit เช่น ความเสี่ยง 10 pips และ กำไร (รางวัล) 20 pips ความสำเร็จของเราจะลดลงและเราจะได้กำไร 2 หรือ 3 แทนที่จะเป็น 5 หรือ 6 จากการเทรด 10 ครั้ง เราจะต้องเตรียมการป้องกันสำหรับสิ่งนี้และอย่าคิดว่าการเพิ่ม RRR และเพิ่ม Take Profit จะทำให้คุณสร้างกำไร 50% ของการเทรดได้โดยอัตโนมัติ โปรดจำเอาไว้ว่า: การตั้งค่าเวลาปิดเทรดได้อย่างถูกต้องนั้นมีความสำคัญเท่า ๆ กับเวลาของการเปิดเทรด

RRR 1 ต่อ 1 เป็นกำแพงขนาดใหญ่ในทางจิตวิทยา เพราะยิ่งอัตราส่วนระหว่าง Take Profit และ Stop Loss มีมากเท่าใด ความสำเร็จของกลยุทธ์การเทรดก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น

จะสร้างกำไรจากการขาดทุนได้อย่างไร 

มันฟังดูขัดแย้งกันแต่การสูญเสียอาจจะเป็นแรงขับให้เกิดกำไรได้ในอนาคต ถ้ากลยุทธ์การเทรดดิ้งของคุณคือการประสบความสำเร็จ 50% และ RRR ของคุณก็คือ 1 ต่อ 1 คุณจะต้องทำให้การเทรดอย่างน้อยครึ่งหนึ่งไปถึงจุดคุ้มทุน ด้วย RRR ที่มีอัตราส่วน 1 ต่อ 2 นั้นมีความแตกต่างกันอย่างมาก กำไร 11 ครั้ง (เช่น เสีย 19 ครั้ง) จากการเทรดทั้งหมด 30 ครั้งนั้นเพียงพอที่จะทำให้ตัวเลขเป็นสีดำ 

คุณอาจจะแย้งว่าทั้งหมดที่เราเปลี่ยนคือ Stop Loss และ Take Profit ส่งผลต่อ RRR (อัตราความสำเร็จทั้งหมด) แต่กลยุทธ์การเทรดดิ้งยังคงเหมือนเดิม คุณพูดถูกแล้ว เราไม่ได้ไปแตะต้องตัวกลยุทธ์และมันมีอิทธิพลต่อผลลัพธ์อย่างมีนัยสำคัญ ลองดูสิ อย่างน้อยก็ลองที่บัญชีทดลองและข้อมูลในอดีต คุณจะพบว่าค่าร้อยละการขาดทุนที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นแรงขับให้กับกำไรของคุณได้ในที่สุด  

การเทรดดิ้ง Forex และเครื่องมือการเทรดดิ้งชนิดอื่น ๆ นั้นได้รับผลกระทบจากจิตวิทยาเป็นอย่างมาก เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้รู้สึกดีเมื่อเขาเสียการเทรด 19 ครั้ง จาก 30 ครั้ง บางครั้งประสบการณ์ที่ไม่น่าพึงพอใจก็เป็นเส้นทางสู่การประสบความสำเร็จได้ อย่างไรก็ตาม อัตราประสบความสำเร็จจะเปลี่ยนแปลงเมื่อมีการเปลี่ยน RRR หรือไม่? แล้วจะทำการป้องกันได้อย่างไร? 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
การบริการจัดการเงิน Forex: RRR คืออะไร และจะตั้งค่า Stop Loss ได้อย่างไร
เทรดเดอร์หลาย ๆ คนรอช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อเปิดการเทรด ซึ่งไม่แปลกเลยที่มันจะเป็นปัจจัยที่สำคัญในการจัดการตำแหน่งจริงและรับรู้ถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปิดเทรดนั้นสำคัญยิ่งกว่า แล้วจะจัดการตำแหน่งได้อย่างไร? จะต้องตั้งค่า Stop Loss ตรงไหน และ RRR ย่อมาจากอะไร? อ่านต่อที่นี่ได้เลย!
การบริหารจัดการเงิน Forex: Martingale – โอกาสหรือลางร้าย
Martingale เป็นกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับการเล่นพนันที่มีโอกาสประสบความสำเร็จด้วยอัตรา 1 ต่อ 1 (เช่น แดง และ ดำในรูเล็ต) หลังจากแพ้ไปหนึ่งรอบ คุณควรวางเดิมพันสองเท่าซึ่งจะชดเชยการสูญเสียรอบก่อนหน้าและได้กำไรเพิ่มในบางส่วน คำถามก็ชัดเจนมาก นั่นคือ: มันใช้กับการเทรดดิ้งได้หรือไม่?