ในบทความวันนี้ของเรา เราจะพูดถึงตัวชี้วัดที่เป็นที่นิยมมากโดยเฉพาะในหมู่มือใหม่ ความนิยมเกิดจากการที่ตัวชี้วัดนี้มีอยู่ในกลยุทธ์มากมายตามเว็บไซต์ ฟอรั่ม และอื่นๆ ทำให้มันง่ายสำหรับมือใหม่ที่จะทำความคุ้นเคยและทำตามโดยที่ไม่ต้องรู้ว่าค่าที่ได้มีความหมายอย่างไร

คุณอยากรู้ไหมว่าผมกำลังพูดถึงตัวชี้วัดไหนอยู่? มันแสดงค่าใด? ค่าเหล่านี้มีความหมายอย่างไร และจะนำไปใช้กับตัวชี้วัดได้อย่างไร? อ่านต่อเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม!

Stochastic oscillator

Oscillator อยู่กับเรามานานหลายทศวรรษแล้ว คิดค้นขึ้นโดย George Lane ในช่วงปี 1950 ตัวชี้วัด Stochastic ไม่แสดงราคาของสินทรัพย์ที่กำหนดหรือ volume ของเทรดที่สร้างเลย มันจะแสดง ความเร็วในการเปลี่ยนแปลงของราคา การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะถูกแปลงเป็นตัวเลขตั้งแต่ 0 ถึง 100 ที่สามารถพล็อตได้ง่ายในแผนภูมิ

ส่วนที่ 17 การวิเคราะห์ทางเทคนิค – Stochastic oscillator-1

นี่คือหน้าตาของ stochastic oscillator

อย่างที่ได้พูดถึงไปด้านบน รูปภาพนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าค่าของ oscillator ขยับ หรือ “แกว่ง” อยู่ระหว่าง 0 และ 100 ง่ายๆ เลยครับ แต่ค่าพวกนี้บอกอะไรเราบ้าง?

ตามนี้เลยครับ:

  • เมื่อเส้น (ค่าของ stochastic oscillator) อยู่ที่ด้านบน (ใกล้ 100 เอาเป็นว่าประมาณ 80+) แปลว่าสินทรัพย์มีการ overbought
  • เมื่อเส้นอยู่ใกล้ด้านล่าง (ต่ำกว่า 20) เราสามารถสันนิษฐานได้ว่าสินทรัพย์มีการ oversold

Overbought และ oversold

คำทั้งสองคำสามารถแปลได้ดังนี้: overbought แปลว่าสินทรัพย์ถูกซื้อมากเกินไป ส่วน oversold มีความหมายตรงกันข้ามกันเลย นั่นก็คือสินทรัพย์ที่มีการขายมากเกินไป นี่คือสิ่งที่ตัวชี้วัด stochastic แสดงครับ มันแสดงถึงความต้องการสินทรัพย์ในปัจจุบันให้เราได้เห็น สินทรัพย์เหล่านี้มีความหมายได้สองอย่าง:

เราสามารถคาดหวังถึงการกลับตัวของเทรนด์ (…จาก overbought เป็น oversold) หรือไปในทางตรงกันข้าม ซึ่งก็คือการคงสถานภาพปัจจุบัน (status quo) ไว้เป็นระยะเวลาหนึ่ง ตามที่แสดงในรูปภาพด้านล่าง ทั้งสองตัวเลือกมีโอกาสเกิดขึ้นได้

ส่วนที่ 17 การวิเคราะห์ทางเทคนิค – Stochastic oscillator-2

ละเลยลูกศรล่างที่ด้านล่าง stochastic oscillator

อย่างที่คุณได้เห็นจากรูปภาพด้านบน ทั้งสองกรณีเกิดขึ้น

  • ทันทีที่ oscillator ตกลงต่ำกว่าเส้น 20 (ที่จุดเริ่มต้นของ เส้น Fibonacci) ราคาพุ่งสูงขึ้น สินทรัพย์ที่ oversold เปลี่ยนกลับเป็น overbought นำไปสู่การเพิ่มสูงขึ้นในทันที
  • หลังจากการเพิ่มขึ้นครั้งแรกเหนือเส้น 80 ค่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นเวลานานและผู้ซื้อยังคงซื้อต่อไป แทนที่ราคาจะตกลง กลับขึ้นสูงมากกว่าเดิมอีก

ตัวชี้วัด Stochastic ใช้งานอย่างไร

ตัวชี้วัดนี้สามารถใช้ได้สองวิธี คุณสามารถใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการ filter เทรดได้ คุณสามารถทำได้ทั้งการเทรดตามเทรนด์ (ราคามีการเปลี่ยนแปลงตามเทรนด์ระยะยาว) หรือในทิศทางตรงกันข้าม

กรณีที่ 1:

ส่วนที่ 17 การวิเคราะห์ทางเทคนิค – Stochastic oscillator-3

กรณีที่ 1: Twin peak, 100% rebound Fibonacci ยืนยันโดยใช้การกลับตัวของตัวชี้วัด Stochastic

กรณีนี้แสดงวิธีที่คุณสามารถใช้ตัวชี้วัด stochastic เพื่อยืนยันสัญญาณ ในทางด้านซ้ายของแผนภูมิ คุณจะเห็นลูกศรสองอันที่เกิดขึ้นจากกลยุทธ์ BERSI Scalp หากคุณใช้ stochastic oscillator เป็น filter ล่ะก็ คุณจะสามารถหลีกเลี่ยงโอกาสขาดทุนทั้งสองนี้ได้

ที่ตรงกลางของรูป คุณจะเห็นเส้นแนวตั้งสองเส้นอยู่ ทั้งสองเส้นทำเครื่องหมายในจุดที่เทรนด์กลับตัว เมื่อใช้ Stochastic oscillator แล้ว คุณสามารถกรองออกและเห็นได้ว่าราคาจะตกลงในที่สุด ง่ายใช่ไหมล่ะ?

กรณีที่ 2:

ส่วนที่ 17 การวิเคราะห์ทางเทคนิค – Stochastic oscillator-4

กรณีที่ 2: ตัวชี้วัด Stochastic ช่วยยืนยันเทรนด์ต่อเนื่อง

ในกรณีที่สอง อย่างที่คุณเห็นด้านบน คุณจะเห็นว่าราคาพุ่งขึ้นสูงอย่างรวดเร็วและดิ่งลงในเวลาต่อมา (ทั้งสองช่วงเวลามีการทำเครื่องหมายโดยใช้เส้นแนวตั้ง)

ตัวชี้วัด stochastic แสดงให้เห็นว่าในกรณีหนึ่งราคามีการ oversold และในอีกกรณีเป็นแบบ overbought ไม่มีอะไรง่ายกว่าการตามเทรนด์ของเทรดเดอร์ที่ซื้อหรือขายอีกแล้ว ถ้าคุณตามเทรนด์ไปล่ะก็ ได้กำไรแน่

สัญญาณในกรณีที่ 1 แข็งแรงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมเพราะได้รับความช่วยเหลือจากลูกศร BERSI Scalp ผมขอแนะนำให้คุณเก็บตัวชี้วัด Scholastic ไว้ในคลังเครื่องมือของคุณ

ข้อมูลเพิ่มเติม

คำแนะนำจากผมคืออย่าใช้ stochastic oscillator เป็นเพียงสัญญาณเดียวในการเปิดเทรด อย่างไรก็ตามผมแนะนำให้ใช้มันสำหรับการ filtering หากคุณกำลังจะเปิดเทรด ลองดูบางรูปแบบจากแผนภูมิ (หรือสัญญาณในกลยุทธ์อื่น) คุณควรมองหาก่อนว่าตัวชี้วัด stochastic บ่งบอกถึงอะไร ถ้าตัวชี้วัดไม่ได้ยืนยันการเคลื่อนไหวในทิศทางของคุณ อย่าเพิ่งเปิดเทรด แต่ให้รอสัญญาณถัดไป

ด้วยการ filtering คุณสามารถแยกสัญญาณที่ดีและแย่ออกจากกันได้เพื่อเทรดเฉพาะเมื่อสัญญาณมีความแข็งแกร่งมากพอ หรือเพื่อยืนยันโดยใช้ตัวชี้วัดหลายตัว ตัวชี้วัด stochastic ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวชี้วัดเดียวที่เทรดเดอร์ควรใช้เป็น filter คุณยังสามารถใช้ ตัวชี้วัด ADX หรือ RSI ก็ได้เช่นกัน

อ่านเพิ่มเติม


 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ตอนที่ 16 การวิเคราะห์ทางเทคนิค – รูปแบบของแท่งเทียน 2
ในตอนก่อนหน้าของการวิเคราะห์ทางเทคนิค (ตอนที่ 10: การวิเคราะห์ทางเทคนิค – รูปแบบของแท่งเทียน) เราได้อธิบายเกี่ยวกับแท่งเทียนไปบ้างแล้ว ตัวอย่างเช่น pin bar และ three line strike เป็นต้น ในตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับรูปแบบแท่งเทียนอื่นๆ แต่ก่อนอื่นเราต้องขอเกริ่นถึงทฤษฎีกันก่อน
ตอนที่ 18 การวิเคราะห์ทางเทคนิค – การใช้เส้น Fibonacci (วิดีโอ)
ในวันนี้เราจะเน้นไปที่การใช้งาน เส้น Fibonacci ให้ละเอียดมากขึ้น จากที่เราได้เคยพูดถึงไปบ้างแล้วในหัวข้อนี้ เพื่อให้คุณเข้าใจปัญหาได้ดีขึ้น ผมขอแนะนำให้คุณอ่านบทความต่อไปนี้