ในวันนี้เราจะพูดถึง Breakouts ผมจะพูดถึงความหมายของมัน และเราวิธีในการยืนยัน (Confirm) และมองหามัน หากคุณมีคำถามใด ๆ โปรดอย่าลังเลที่จะถามในส่วนของความคิดเห็นใต้บทความนี้

อยากที่เราเคยบอกอยู่เสมอ ถ้าหากเทรดเดอร์ต้องการเพิ่มกำไร พวกเขาควรที่จะจับ/หาเทรนด์ให้ได้เร็วที่สุด และเฝ้าดูเทรนด์ต่อไปจนกว่าจะได้สัญญาณการพลิกกลับของเทรนด์ไปในทิศทางตรงข้าม เทรนด์มักจะเริ่มและจบด้วย Breakout ของ แนวรับและแนวต้าน หรือ เทรนด์ไลน์

Breakout คืออะไร?

ในโลกของการเทรด Binary Option นั้น Breakout คือการที่ราคาพุ่งทะลุแนวต้านก่อนหน้าและยังคงขึ้นไปเรื่อย ๆ หรือในทางกลับกันคือราคาพุ่งทะลุแนวรับแล้วยังคงตกลงไปเรื่อย ๆ Breakouts มักจะบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงในอุปสงค์/อุปทานสำหรับสินทรัพย์และมักจะเริ่มเทรนด์ใหม่ นี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้ breakouts เป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับเทรดเดอร์ทุกคนที่จริงจังกับการเทรด

หากเทรนด์พุ่งทะลุในทิศทางเดียวกับที่เทรนด์กำลังไป ปรากฎการณ์นี้เป็นการยืนยันว่าเทรนด์ปัจจุบันยังคงถูกต้องอยู่ ในขณะเดียวกันหากมี breakout ที่ยืนยันแล้วในทิศทางตรงข้าม แปลว่าทิศทางของเทรนด์จะเป็นตัวบอกว่าเทรนด์กำลังพลิกกลับ

อย่างไรก็ตามเราจะต้องระวัง False breakout เนื่องจากมันจะทำให้เราสับสนได้

วิธีหาและยืนยัน Breakout

อย่างที่เราได้พูดกันไป สิ่งแรกคือ Breakout ของเส้นแนวรับ/แนวต้าน สิ่งอื่นที่สำคัญไม่แพ้กันคือการรอการยืนยันของ Breakout ที่ไม่ใช่ False breakout

ส่วนที่ 8: การวิเคราะห์ทางเทคนิค – Breakouts-1

รูปที่ 1 – ระดับสูงสุดและต่ำสุด

ขั้นตอนแรก การกำหนดเขตแนวรับและแนวต้านเป็นสิ่งที่สำคัญมาก (ดูรูปที่ 2) จากนั้นกำหนดระดับต่ำสุดของแนวรับ และระดับสูงสุดของแนวต้าน (จุด A และ B ในรูปที่ 1) จะเป็นเหมือนระดับ / มาตรฐานสำหรับ breakout

หากราคาผ่านระดับนี้ เราจะถือว่าเป็น breakout ดูรูปที่ 2 ในรูปนี้ โอกาสที่จะเป็น False breakout นั้นเป็นไปไม่ได้เลย

ส่วนที่ 8: การวิเคราะห์ทางเทคนิค – Breakouts-2รูปที 2: พื้นที่แนวรับและแนวต้าน + breakouts

อย่างไรก็ตามก็ยังมีคำว่า False breakout ที่คุณควรรู้จักอีกคำ คำนี้ใช้อธิบายสถานการณ์ที่ราคาผ่านระดับสูงสุดของแนวรับ/สูงสุดของแนวต้านและทำหน้าที่เป็น breakout ปกติ แต่พอเมื่อเวลาผ่านไปสักพัก ราคาก็พลิกกลับมา (ตัวอย่างในรูปที่ 3)

ส่วนที่ 8: การวิเคราะห์ทางเทคนิค – Breakouts-3รูปที่ 3: False breakout

เทรดเดอร์บางคนยืนยัน breakouts จากเพียงแค่แท่งราคาใกล้ด้านบนของแนวต้าน บางคนก็รอจนกว่าจะมีอีกแท่งเข้าใกล้ด้านบน ทุกอย่างนั้นขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดของคุณ บางคนอาจจะรอจนกว่าราคาจะผ่านระดับของเราไปแล้วหลาย pips

อีกวิธีในการยืนยัน breakout คือการ breakout ของอีกเส้นหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปจากเส้นแนวรับต่ำสุดของเรา X เปอร์เซ็นต์ ตัวเลข X จะแตกต่างออกไปตามสไลด์ของแต่ละคน แต่โดยปกติแล้วจะอยู่ระหว่าง 9 ถึง 20

100 % คือระยะห่างระหว่างแนวรับปัจจุบันกับแนวต้านปัจจุบัน ดูรูปที่ 4

ส่วนที่ 8: การวิเคราะห์ทางเทคนิค – Breakouts-4รูปที่ 4: ตัวอย่างวิธีที่สามในการยืนยัน Breakout

ทุกอย่างที่เราเห็นบนแนวรับและแนวต้านทำหน้าที่เดียวกันกับเทรนด์ไลน ลองดูตัวอย่างในรูปที่ 5 ทีนี้เข้าใจหรือยังครับ 🙂

ส่วนที่ 8: การวิเคราะห์ทางเทคนิค – Breakouts-5รูปที่ 5: การใช้ความรู้เกี่ยวกับ breakout ในเทรด์นไลน์

เราสามารถคาดการณ์ Breakout ได้หรือไม่?

เราจะสามารถคาดการณ์ breakouts ได้อยู่บ่อยครั้งหากเราดูที่ Volume Indicator (เราจะพูดถึงเรื่องนี้ในครั้งหน้า)

หาก volume เพิ่มไปพร้อมกับเทรนด์ แสดงว่า volume จะเป็นตัวที่ทำให้เทรนด์แข็งแกร่งขึ้นไปอีก เมื่อราคาตกลงไปใต้ระดับของเส้นแนวต้าน และ volume เพิ่มขึ้นในแท่งเทียนแบบกระทิง (bullish candles) ทั้งหมด และลดในแท่งเทียนแบบหมี (bearish candles) ทั้งหมด แสดงว่ามีโอกาสที่ราคาจะทะลุแนวต้านบริเวณ breakout ของเรา

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ส่วนที่ 7: การวิเคราะห์ทางเทคนิค – แนวรับและแนวต้าน (Supports and Resistances)
ในวันนี้เราจะพูดถึงสิ่งที่สำคัญพอ ๆ กันกับเทรนด์ไลน์เลย นั่นก็คือแนวรับและแนวต้านนั่นเอง ก่อนเขียนบทความนี้ผมถามกับตัวเองว่า ทำไมไม่เขียนเรื่องนี้ให้เร็วกว่านี้
3 เทคนิคบริหารเงิน ลดโอกาสล้างพอร์ตได้มากกว่าเท่าตัว (พร้อมตัวอย่างแบบชัดๆ)
เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมบางคนเงินทุนสำหรับการลงทุนก็มีมากหลายหมื่น หลายแสนบาท กำไรก็เคยได้กันหลายหมื่น หลายแสนบาท แต่ทำไมคนเหล่านั้น วันนึงถึงมีการล้างพอร์ตจนหมดแม้กระทั่งกำไรที่สะสมมาก็หมด